[Tran]090408 สัมภาษณ์เอสเจโดย 10 Asia, "ขนาดฉันแก่แล้ว ยังทำได้เลย!!..."
(* ขนจากบ้านเก่าค่ะ)
*ตัดช่วงที่สัมภาษณ์มาเลยนะคะ ส่วนบนเป็นการแนะนำทั่วๆ ไปน่ะค่ะ ซูเปอร์จูเนียร์ | "อัลบั้มที่ 19 ภายใน 4 ปีของการทำกิจกรรม" หน้า 1 ในประวัติศาสตร์ของกลุ่มไอดอลเกาหลี ซูเปอร์จูเนียร์มีตำแหน่งที่พิเศษ หลังจากที่ซูเปอร์จูเนียร์ได้รับรางวัลอันดับ 1 ในรายการเพลงด้วยเพลง Sorry Sorry แล้ว อีทึก: ใช่ครับ พอเราชนะพวกเธอก็โพสอย่างนั้น พวกคุณเคยได้รางวัลที่ 1 กันมาแล้ว แต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะมีความหมายพิเศษนะคะ ซองมิน: พี่ทึกร้องไห้ตลอดแหล่ะครับ น้ำตาเขาเยอะน่ะครับ (หัวเราะ) อีทึก: ผมไม่แน่ใจแล้วก็ไม่มั่นใจมากเลยน่ะครับ เพราะเป็นเวลาตั้ง 1 ปีครึ่งตั้งแต่เราทำกิจกรรมที่เกาหลีกัน มันนานพอสมควรนะครับ แล้วผมก็กังวลมากด้วย "เรามั่นใจตั้งแต่ที่ได้ยิน 'Sorry Sorry' เป็นครั้งแรก" ดูวิดีโอซ้อมเต้นที่ถูกปล่อยออกมาก่อนที่อัลบั้มจะมา มันทำให้ดูเหมือนว่าพวกคุณมั่นใจนะคะ อีทึก: ใช่ครับ ผมนี่แหล่ะอัพมันเองครับ (หัวเราะ) ตอนเราได้ฟัง 'Sorry Sorry' ทงเฮ: ตอนที่ 'Sorry Sorry' เสร็จแล้ว เมมเบอร์ทุกคนนอนหลับกันอยู่ครับ ไม่นานมานี้ เหมือนว่าทุกคนจะเป็นกังวลกันมากที่จะต้องตามเทรนด์ให้ทันสินะคะ อีทึก: เพราะอุตสาหกรรมเพลงมันเปลี่ยนแปลงเร็วมากน่ะครับ การเต้นสมบูรณ์แบบแล้ว และส่วนประกอบของมันก็เป็นท่าทางที่มีเทคนิคที่ค่อนข้างยาก อีทึก: วันแรกที่นักสอนเต้นมา คนที่เต้นเก่งที่สุดในวงก็ไปเรียนเต้นกับเขาก่อน รยออุค: แต่เราทำไม่ได้ครับ (หัวเราะ) เราน่าจะได้เห็นเมมเบอร์ที่เต้นเยอะกับเมมเบอร์ที่ทำตาม [คอยเป็นกำลังใจ]พวกเขานะคะ (หัวเราะ) อีทึก: ตอนที่เรากำลังเรียนกันอยู่ เราก็คิดนะครับว่ามันต้องมีความแตกต่าง ทงเฮ: ถ้าไม่มีพวกเขา ก็ว่างเปล่าเลยล่ะครับ อีทึก: เพราะมันมีความรู้สึกแบบอเมริกันหน่อยๆ ไงครับ (หัวเราะ) ซีวอน: (หัวเราะ) ที่จริงมันฝึกยากมากเลยนะครับ ยังรู้สึกขอบคุณนิคกับเทรนท์ (นักสอนเต้น) อีทึก: ซีวอนพยายามมากๆ เลยนะครับ...แต่พอวันนึง เขาก็แอบหนีไปตอนซ้อม "ขณะที่เราแสดงไปเรื่อยๆ เหมือนว่าอิมเมจของเราก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปช้าๆ" ซีวอนเขาสร้างอารมณ์ตอนเริ่มเพลงได้ดีมากเลยนะคะ แถมยังให้ความรู้สึกแบบเซ็กซี่เล็กน้อยด้วย อีทึก: เข้าเจ๋งจริงๆ นะครับ หญิงวัยกลางคนชอบเขาเอามากๆ เลยล่ะครับ (หัวเราะ) ซีวอน: ก่อนอัดอัลบั้ม ผมได้คุยกับผู้กำกับยู (นักแต่งเพลง 'ยูยองจิน') 'Sorry Sorry' เป็นเพลงที่ขึ้นอยู่กับว่าคนๆ นึงจะสามารถนำความมีชีวิตชีวามาใส่ความรู้สึกของเพลง ซองมิน: ท่อนที่ผมร้องจะมีเอฟเฟคเยอะเลยครับ รยออุคกับผมเลยกังวลกันมาก รยออุค: ทำนองมันจะซ้ำกันน่ะครับ แล้วระดับเสียงสูงก็ร้องถึงง่ายด้วย 'Sorry Sorry' ออกมาหลังจากที่ผ่านขั้นตอนที่สมบูรณ์แล้ว อีทึก: คุณพูดถูกครับ มีหลายเพลงที่แฟนๆ ของเราชอบนะครับ ครั้งนี้รู้สึกว่าพลังเป็นทีมของซูเปอร์จูเนียร์จะแสดงออกมาให้เห็นแล้วนะคะ อีทึก: ใช่ครับ นั่นก็มีส่วนถูกครับ บอกความจริงเลยนะครับ อย่างที่คุณอีทึกพูดว่าซูเปอร์จูเนียร์มีคอนเซปท์ที่พิเศษตั้งแต่ช่วงแรกน่ะค่ะ อีทึก: ที่ SM จะมีบางอย่างที่เรียกว่า "ชุมนุมการแสดง" น่ะครับ "เราอยากจะหยุดรูปแบบเดิมๆ ของไอดอลธรรมดาๆ" นั่นไม่ใช่แบบที่ปกติสำหรับกลุ่มไอดอลกลุ่มนึงเลยนะคะ แต่พวกคุณมีเรื่องกังวลอะไรบ้างมั๊ย อีทึก: ตอนแรกเราไม่ได้กังวลอะไรมากเลยนะครับ เราอยากจะหนีจากรูปแบบไอดอลธรรมดาๆ น่ะครับ ทงเฮ: ยังดีกว่าติดกับอยู่กับแบบเดิมๆ นะครับ อีทึก: ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้วงเราอยู่กับความสำเร็จไปได้นานนะครับ แต่คุณไม่กลัวที่ต้องห่างกันไปนานๆ เหรอคะ? อีทึก: เรามีเรื่องกังวลอย่างนั้นเยอะเลยล่ะครับ [เพราะอีทึกมีหน้าที่เป็น MC และเพราะมีชื่อเขาอยู่เป็นชื่อของรายการ พอหลังจากที่เป็น MC ได้ปีนึงแล้ว มันกลับเป็นรายการที่แฟนๆ จำได้กันมากที่สุด อีทึก คุณอยากเป็น MC มั๊ยคะ? คุณได้เป็นถึง MC รายการ "Road Show Quiz" อีทึก: อยากครับ ก็ผมเคยร่วมงานกับรายการของ KBS เชียวนะครับ (หัวเราะ) ซีวอน: โว้ว~ อย่างที่คิดเลยครับ! (ปรบมือ) อีทึก: เวลาผมเห็นนักร้องไอดอลรุ่นพี่ บางคนก็จะเป็นนักแสดงด้วย บางคนก็ทำดนตรี คุณจะเน้นเรื่องความสำเร็จแบบระยะยาวมาตลอดเลยนะคะเนี่ย [ตลอดการสัมภาษณ์] (หัวเราะ) อีทึก: ความสำเร็จระยะสั้นมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่น่ะครับ (หัวเราะ) ซองมิน: มันกลายเป็นอะไรที่เราต้องเรียนจากมันน่ะครับ รยออุค: ผมไม่เคยทำงานเป็นดีเจเลยครับ แต่พอเมมเบอร์เราได้เป็นดีเจ ซูเปอร์จูเนียร์ | "เราอยากแสดงโชว์ที่สมบูรณ์แบบของเราเองให้ทั่วเอเชีย" หน้า 2 คุณรยออุคคะ คุณได้ร้องเพลงในอัลบั้มนี้เยอะมากเลยนะคะ รยออุค: พอเราเริ่มเตรียมอัลบั้มที่ 3 นี้กัน รยออุคคะ คุณเป็นคนร้องนำคนนึง แต่แฟนๆ พูดกันว่าการแสดงในหนังเรื่อง ซีวอน: เขาซ่อนความสามารถไว้น่ะครับ (หัวเราะ) ผมก็ถามรยออุคนะครับว่าจะแสดงยังไงเวลาเราถ่ายน่ะครับ เขาตอบผมประโยคเดียวว่า 'ทำตามความรู้สึกไงครับ' ทุกคน: โอ้~ ซีวอน: แล้วผมก็ได้เรียนรู้อะไรเยอะเลยนะครับ (หัวเราะ) รยออุค: จริงๆ แล้ว เมมเบอร์ของเราหลายคนก็แสดงเก่งนะครับ "ผมอายุ 20 กลางๆ แต่อารมณ์ผมก็ยังเหมือนตอนเป็นนักเรียนมัธยมอยู่เลย" ในหนังเรื่อง "Attack on the Pin-up Boys" คนบรรยายเรื่องพูดว่า "เราเป็นเด็กนักเรียนมัธยม" ทงเฮ: ที่จริงเราไม่มีความทรงจำจากตอนอยู่โรงเรียนมัธยมหรอกนะครับ ซองมิน: หลายปีเลยล่ะครับ ทงเฮ: พอหลังจากนั้น เราก็ไม่ได้บ่นอะไรเลยนะครับ รู้สึกยังกับการถ่ายทำ'Attack on the Pin-up Boys' ด้วยกันทั้งหมดคะ? ทงเฮ: คยูฮยอนไม่ได้แสดงด้วยกันเลยครับ เป็นเพราะดวงยังไม่มาน่ะครับ คุณยุ่งอยู่กับงานของตัวเองในช่วงที่ไม่ได้ทำกิจกรรมกลุ่มด้วยกัน ทงเฮ: เราเจอกันตอนกลางคืนครับ ตอนที่มันดึกมากแล้ว รยออุค: พี่ทึกเขาไปซาวน่าล่ะครับ ทงเฮ: เพราะเขาแก่แล้วน่ะครับ (หัวเราะ) อีทึก: ผมบอกเขา "ทงเฮ เอาใส่น้ำผึ้งด้วยนะ" (หัวเราะ) รยออุค: ตอนเช้าเราก็ต้องเอาน้ำขิงไปถวายพี่เขาด้วยล่ะครับ (หัวเราะ) ล้อเล่นครับ ไม่ว่าพวกคุณจะยุ่งแค่ไหน ก็จะกลับไปนอนที่บ้านสินะคะ [อพาร์ทเมนท์] อีทึก: เพราะไม่มีที่ไปไงครับ บ้านจริงๆ ของผมอยู่ที่อึนพยองกู ที่อยู่ใกล้ๆ น่ะครับ ทงเฮ: ถ้าเราไม่ได้กินข้าวด้วยกัน ผมก็ต้องกินคนเดียว อีทึก: ที่ที่พัก รยออุคจะทำกับข้าวบ่อยๆ ครับ เ ดูเหมือนเมมเบอร์ทุกคนจะสนิทกันนะคะ อีทึก: ทงเฮ อึนฮยอกแล้วก็ผมรู้จักกันมาได้ 10 ปีแล้วล่ะครับ ผมรู้จักซองมินมา 9 ปี ซองมิน: เรายังไม่บรรลุนิติภาวะเลยนะครับ (หัวเราะ) ฉันเห็นคุณอีทึกร้องไห้ตอนที่คุณคยูฮยอนร้องเพลงในรายการ Star King น่ะค่ะ อีทึก: ผมอยู่กับคยูฮยอนตอนที่เกิดอุบัติเหตุน่ะครับ ซองมิน: เขาร้องให้อีกแล้วครับง.. คุณทำเขาร้องให้ทำไมครับเนี่ย? (หัวเราะ) "มันเป็นอะไรที่ตลก เวลาผมคิดภาษาอังกฤษไม่ออก ผมก็จะใช้ภาษาจีน" คยูฮยอนคะ คุณหายดีขึ้นรึยังคะ? ที่คุณเคยบาดเจ็บสาหัส แล้วทุกคนก็ต้องเป็นห่วงคุณมากแน่ๆ คยูฮยอน: ตอนนี้ผมหายดีแล้วครับ ซีวอน: เพราะอย่างนั้นเราถึงกังวลตอนที่เขาขึ้นแสดงน่ะครับ อีทึก: หมอยังบอกอีกนะครับ ว่าเป็นปาฏิหาริย์มากที่คยูฮยอนฟื้นมาได้ ทุกคน: ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า อีทึก: (หัวเราะ) เขาก็เลยบอกว่ามันเยี่ยมมากน่ะครับ ซีวอน: เป็นหนุ่มอยู่นี่มันต้องดีแน่ๆ เลยนะครับ (หัวเราะ) ถ้าพวกคุณทั้ง 13 คนอยู่ด้วยกัน ต้องทะเลาะกันบ่อยแน่เลย ทงเฮ: เพราะเรามีกัน 13 คน ถ้าเราคุยกันบ่อยๆ คำแนะนำดีๆ มันก็จะเกิดขึ้นะครับ ครั้งแรกที่จีนเป็นยังไงบ้างคะ? สิ่งแวดล้อมจะต่างกับเกาหลีมากอย่างเห็นได้ชัดเลยนะคะ คยูฮยอน: มันมีเสน่ห์ครับ ผมเป็นคนต่างชาติในประเทศจีน ต้องเคยมีสักครั้งที่คุณพูดภาษาจีนวันนึงแล้วก็พูดไทยอีกวันนึงแน่ๆ เลย คุ คยูฮยอน: ได้ครับ เพราะผมรู้สึกว่าผมได้รับความรักมาเยอะมาก อีทึก: ตอนเราโปรโมตซูเปอร์จูเนียร์ T อยู่ เราก็ได้ทำกิจกรรมที่ญี่ปุ่นครับ ซีวอน: มันเป็นอะไรที่ตลกจริงๆ นะครับ เวลาผมคิดภาษาอังกฤษไม่ออก ฉันเคยไปประเทศไทยมา แล้วก็เห็นมีรูปซูเปอร์จูเนียร์ติดไปทั่วห้างเลยล่ะค่ะ อีทึก: สิ่งที่ทำให้เรามีความสุขกันมากๆ ก็คือพวกเขาต้อนรับเราดีจริงๆ ครับ ถ้าคุณพูดอะไรอย่างนั้นออกมา มันทำให้คุณดูอายุเยอะขึ้นเลยนะคะเนี่ย (หัวเราะ) อีทึก: งั้นผมบอกได้มั๊ยครับว่าผมได้ยินมาจากยายผมน่ะครับ? (หัวเราะ) ซองมิน: มันลำบากใจที่ต้องพูดนะครับ อีทึก: เพราะอย่างนั้นแหล่ะครับ ถ้าเป็นไปได้ผมถึงอยากเรียนภาษาให้เก่งๆ ไว้มากๆ "ตอนนี้เรามีความสุขมากๆ แล้วก็หวังว่าเราจะไปต่ออย่างนี้ได้เรื่อยๆ" คุณซีวอนคะ คุณไปอยู่ต่างประเทศตัวคนเดียวตอนที่ถ่าย 'A Battle of Wits' รู้สึกยังไงบ้างคะ? ซีวอน: อันดับแรกเลยคือผมมีความรับผิดชอบมากขึ้นครับ การถ่ายภาพยนตร์กับนักแสดงชื่อดังอย่าง 'อันซึงกิ' กับ 'แอนดี้ ลอว (หลิวเต๋อหัว)' เป็นยังไงบ้างคะ? ซีวอน: ในกรณีของท่านอาจารย์อันซึงกินะครับ เขาแค่พูดประโยคเดียวครับ... พวกคุณได้แสดงกิจกรรมหลายๆ อย่างให้เราได้เห็นกัน แล้วพวกคุณมีแผนอะไรในอนาคตบ้างมั๊ยคะ? อีทึก: ผมไม่รู้ความคิดของเมมเบอร์คนอื่นๆ หรอกนะครับ ซองมิน: ถ้าผมได้รับโอกาสนะครับ ผมอยากจะแสดงละครล่ะครับ รยออุค: ผมจะเป็นนักร้องแล้วก็นักแต่งเพลงครับ ผมเรียนการดนตรีที่มหา'ลัย ทงเฮ: ผมอยากลองการแสดงนะครับ คยูฮยอน: เพราะผมยังเด็กอยู่ (หัวเราะ) ก็เลยอยากลองทำทุกอย่างเลยครับ คยูฮยอนคะ อดีตของคุณตอนชนะรางวัลโอลิมปิคมา มันน่าตื่นเต้นทีเดียวนะคะ คยูฮยอน: ไม่ครับ ไม่ได้คิดเลย (หัวเราะ) (<< = =! ตร๊งตรง~) อีทึก: คยูฮยอนเขาเป็นเจ้าของรางวัลเอนทรานซ์ที่ใหญ่มากๆ โอ้ ดาราไอดอลจะทำงานที่โรงเรียนเตรียม? (หัวเราะ) คยูฮยอน: ผมนี่แหล่ะครับ ผอ.คนต่อไป (หัวเราะ) ไม่ต้องประกาศก็ได้นะคะ (หัวเราะ) คยูฮยอน: ผอ.โรงเรียนเตรียมกำลังถ่ายโฆษณาอยู่ครับ...(หัวเราะ) ซีวอน: ผมคิดว่าการวางแผนไว้เป็นอะไรที่ดีนะครับ ทุกคน: โอ้~~!!!!!!!!!! นี่เป็นคำถามสุดแล้วค่ะ ฉันคิดว่าจะดีถ้าคุณอีทึกจะตอบนะคะ อีทึก: ผมอยากให้เป็นอย่างที่มันเป็นอยู่อย่างนี้แหล่ะครับ cr: SY@sj-world
(<<มันยาวโหด T^T) อ๊อ พี่ๆ พูดถึง ประเทศไทยพอสมควรเลยนะคะ..หากันให้เจอนะค๊า ^^
....ใครอ่านไม่ดี ก็จะไม่ได้หัวเราะล่ะคะ คึคึคึ เพราะมันสนุกมาก ^0^
พวกเขาไม่ใช่กลุ่มไอดอลที่มีงานเดี่ยวมากกว่ากิจกรรมกลุ่มเท่านั่น
ไม่ได้เป็นเหมือนกลุ่มไอดอลส่วนใหญ่พวกเขาได้แสดงด้านที่ตลกสนุกสนานและสดใสของพวกเขา
โดยไม่มีการสงวนท่าทีอะไรไว้ตั้งแต่ที่พวกเขาเดบิวต์
มากกว่าการปรากฏตัวของกลุ่มคนธรรมดากลุ่มหนึ่ง แต่มันคือเอนเตอร์เทนเนอร์ 13 คนที่มารวมตัวกัน
แล้วเกิดวงวงหนึ่งขึ้น พวกเขาเปลี่ยนมาเป็นแบบนี้และที่กลับมารวมกันอย่างนี้นั้นเป็นอย่างไรกันบ้าง?
อีทึก ทงเฮ ซีวอน ซองมิน และคยูฮยอน แห่งซูเปอร์จูเนียร์ได้ตอบคำถามไว้ที่นี่แล้ว..
แฟนๆ ก็ได้โพสหัวข้อในเวบไซต์ว่า "คิบอม พี่ๆ ของนายทำได้แล้วนะ"
ถึงขนาดที่คุณอีทึกร้องไห้เลย ใช่มั๊ยคะ? (หัวเราะ)
ว่าเราจะปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงของแนวเพลงไม่ได้
เมมเบอร์ที่ไปอยู่ที่ประเทศจีนก็จะโทรมาถามตอนที่เรากำลังเตรียมอัลบั้มกันว่า "
พี่ครับ งานเป็นยังไงบ้าง?" อยู่บ่อยๆ ด้วยครับ

ในวิดีโอพวกคุณดูสนุกสนานกันมากทีเดียว
ครั้งแรก เมมเบอร์ส่วนใหญ่ก็บอกว่า "พี่ ผมว่าเพลงนี้น่าจะได้นะ" ผมไม่ค่อยได้ฟังเพลงป๊อปน่ะครับ
ก็เลยไม่รู้แนวดนตรีเท่าไหร่ แต่ทงเฮบอกผมว่า "ถ้าเป็นเพลงนี้ ผมมั่นใจเลยนะครับพี่"
ตอนที่เราฝึกเต้นอยู่ เพลงก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว
ผมก็คิดอยู่ตลอดว่าผมอยากเอาไปโชว์แฟนๆ ให้เร็วเท่าที่จะเร็วได้เลยล่ะครับ
แต่พอเราได้ข้อความจากบริษัทมา บอกว่าเพลงเสร็จแล้ว แล้วพวกเขาก็ส่งเข้าเมลล์มาให้เราแล้ว
เมมเบอร์ทุกคนก็มารวมกันที่ห้องนั่งเล่น เราก็พูดกันว่า "เพลงนี้แหล่ะ มั่นใจได้แน่"
เพราะความคิดนั่น เราก็เลยไปฝึกเต้นพร้อมกัน แล้วก็เพราะว่าเราคิดถึงกันมาก
เพราะจากกันไปนานมากเลยครับ.. บรรยากาศมันดีมากจริงๆ นะครับ
เรากังวลว่าจะต้องใช้สไตล์เดิมของเรา
หรือเปลี่ยนไปตามเทรนด์ใหม่นี้น่ะครับ แล้วยังเป็นกังวลว่าเราจะมีอะไรจะมาโชว์รึเปล่า
เพราะถึงนี่จะเป็นอัลบั้มที่ 3 ของเรา..แต่ตามจริงมันเป็นอัลบั้มที่ 19 ของเราแล้วล่ะครับ
ถ้าเอาทุกอัลบั้มที่เราพยายามทำมารวมกัน ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราะนักสอนเต้นเป็นคนต่างชาติรึเปล่านะครับ
แต่พวกเขาก็มาช่วยเราเอาความคิดที่มันหยุดนิ่งให้เดินต่อไปได้ล่ะครับ
แล้วยังทำให้เหล่าเมมเบอร์ต้องทำท่ายากๆ เรียนเต้นครั้งนี้ยากมั๊ยคะ?
แล้วพอพวกเขาคุ้นกับท่าแล้ว ก็จะให้ความคิดเห็นแล้วก็ช่วยแก้ไขท่า
พร้อมกันกับที่เมมเบอร์คนอื่นๆ หัดท่าเต้นกันครับ มันจะเป็นอย่างนี้ครับ
เวลาคนที่เต้นเก่งๆ ทำท่ายากๆ มา เมมเบอร์คนอื่นๆ ก็จะเต้นตามได้
เพราะทงเฮ อึนฮยอกแล้วก็ชินดงเต้นได้ดีอยู่แล้วน่ะครับ เวลาเราซ้อมกัน
เราก็จะทำตามพวกเขาทุกอย่าง เวลาพวกเขาอยากซ้อมเต้นอีก
เมมเบอร์คนอื่นๆ จะบ่นกันว่าเหนื่อยมากแล้ว
ทงเฮบอกผมว่า "พี่ครับ บอกพวกเขาว่าเราควรจะซ้อมอีกรอบนะครับ"
แล้วผมก็ไปบอกกับคนอื่นๆ "นี่ มาซ้อมกันอีกสักรอบนะ ขนาดฉันแก่แล้ว ยังทำได้เลย มาซ้อมกันอีกเร็ว" (หัวเราะ)
แต่พอออกมาสมบูรณ์แล้ว เหมือนมันจะว่างๆ นะครับ ถ้าเราหายไปกันสักคน
อย่างตอนใกล้จะจบน่ะครับ ตอนที่เมมเบอร์นั่งแล้วก็แค่ขยับมือ นั่นล่ะท่าของซีวอนล่ะครับ
(<<ท่าพี่ซีวอนออกแนวอเมริกัน)
ที่เอาใจใส่เราดีมากๆ อยู่เลยครับ
ผมก็ไปตามหาเขา (<<T^T พี่ชายผู้แสนดี)
เขาถามผม "พี่ครับ ผมทำได้ดีรึยังครับ?" สุดท้ายเขาก็ทำได้ดีนะครับ

ที่แต่งเพลงนี้น่ะครับ ครั้งนี้ผมรู้สึกว่าผมน่าจะร้องให้เบาลงครับ ผู้กำกับยูบอกว่าจะดีถ้าร้องแบบเซ็กซี่
คล่องตัวแล้วก็แบบท่าทางอ่อนๆ ตัวนิดหน่อยน่ะครับ
ได้ดีอย่างที่คุณซีวอนทำได้หรือไม่ ซึ่งเป็นมากกว่าการที่คนๆ นึงต้องร้องเพลงให้ถูกทำนองซะอีกนะคะ
เอฟเฟคที่ใช้ไปก็เยอะ อีกทั้งความต่อเนื่องกับประสิทธิภาพของเพลงก็ต้องมีอยู่ตลอดด้วย
เวลาร้องแล้วต้องจำเรื่องพวกนั้นไว้ในใจตลอดมันเป็นยังไงเหรอคะ?
ผมก็ร้องแบบธรรมดาได้นะครับ แต่ผมคิดว่ามันจะแปลกๆ น่ะครับ
คนๆ นึงเพิ่งตื่นมาก็ยังร้องถูกเลยนะครับ
เพราะอย่างนั้นแหล่ะครับที่ทำไมหลายคนถึงคิดว่าเพลงมันร้องง่ายมาก แต่มันจะยากตอนร้องอัดนะครับ
ความรู้สึกของเพลงจะเปลี่ยนไปมากเลยนะครับ
จะขึ้นอยู่กับว่าคุณเน้นพยางค์แรกหรือสองของเนื้อเพลงรึเปล่าน่ะครับ
มันไม่ใช่เพลงที่ต้องการความสามารถในการร้องเพลงที่โดดเด่นนะครับ
แต่เราพยายามที่จะเอาความมีชีวิตชีวามาใส่ให้กับความรู้สึกของเพลงเท่าที่เราจะทำได้นะครับ

แต่พวกคุณรู้สึกยังไงกับผลลัพธ์ที่ออกมาตอนนี้คะ?
รู้สึกเหมือนเพลงที่มีเสน่ห์ดึงดูดได้อย่างกว้างขวางที่สุดของซูเปอร์จูเนียร์ได้มีออกมาแล้วนะคะ..
แต่ในเรื่องของความดังแล้ว
หลายคนจะจำเพลง 'ร๊อคกูโก' ที่เป็นเพลงยูนิตของเราเพลงนึงน่ะครับ
พอผลออกมา เราก็คิดกันว่าเราอยากจะเข้าหาแบบสบายๆ เพื่อเพิ่มความนิยมจากทั้งแฟนๆ ของเรา
แล้วก็สาธารณชนด้วยครับ และครั้งนี้ผมก็คิดว่าเราจะทำได้อยู่สักระดับนึงนะครับ
ทุกวันนี้ชาร์ตเพลงเป็นอะไรที่สำคัญมากจริงๆ ครับ เรามีความสุขมากครับ
เพราะเรากำลังได้ลำดับชาร์ตเพลงที่สูงขึ้นเรื่อยๆ กว่าที่เราคาดไว้อีกนะครับ
เพราะซูเปอร์จูเนียร์ไปรายการวาไรตี้เยอะมาก แล้วก็ร้องเพลงเพราะๆ
อยู่หลายเพลงตอนช่วงที่ทำกิจกรรมยูนิตน่ะครับ
การทักทายของพวกคุณจะเป็น "สวัสดีครับ เราคือซูเปอร์จูเนี-ยร์" ตลอด
แล้วพอพวกคุณเดบิวต์กันแล้ว เมมเบอร์หลายๆ คนก็ต่างมีงานเดี่ยวของตัวเอง
แล้วพวกคุณกลับมารวมตัวกันได้ยังไงคะ?
(<<ก็โทรหากันสิป้า = =!~~ป๊าปป!! โดนทวดทึกเขกหัว TT^TT...
พูดเกริ่นกับคำถามไม่ได้เข้ากันเล้ยป้า~~ผั๊วะ!! ฮืออ พี่ชอลเบริ์ดกะโหลก)
เด็กฝึกหัดจะมาร้องกับเต้นท่าเลียนแบบกันในกลุ่มของพวกเขาเองในช่วงรอบสัปดาห์ครับ
(เลียนแบบนักร้องที่เดบิวต์แล้ว)
วันนึงที่มีพรีเซนต์น่ะครับ ฮีชอลกับผมโชว์ New Kids เต้นกับเพลง Block เด็กๆ
รุ่นน้องก็โชว์เพลงของ H.O.T หรือไม่ก็ ชินฮวา
แต่คนในบริษัทที่เห็นเรา เขาบอกว่า "พวกเธอแต่ละคนมีเสน่ห์ต่างกันนะ
รู้สึกยังไงที่ได้มารวมวงกัน?"
จากนั้นเราก็เลยไปทำกิจกรรมเดี่ยวของเราต่อ แล้วก็มามารวมตัวกัน
แล้วก็กลับไปซ้อมเดี่ยวของตัวเองต่อ อย่างนี้แหล่ะครับ จนมาถึงจุดนี้กันได้

กับคอนเซปท์นี้? อย่างเช่นว่าคุณจะเสียภาพพจน์ของไอดอลหรือไม่ก็ความดังของพวกคุณจะลดลงน่ะค่ะ
แต่พอเราเป็นไอดอลแบบเดิมๆ ต่อไปอย่างนั้น เราก็เริ่มกังวลว่าเราจะไม่ถูกมองว่าเป็นไอดอลครับ
ซูเปอร์จูเนียร์จะไม่ถูกพูดถึงเวลากลุ่มไอดอลอื่นๆ ถูกพูดถึงน่ะครับ เราเครียดด้วยนะครับ
เพราะต้องเปลี่ยนสไตล์จากแบบเจ๋งๆ
กับแบบที่มีเสน่ห์ดึงดูดมาเป็นตลกแล้วก็ร่าเริงในรายการวาไรตี้อยู่บ่อยๆ น่ะครับ
ตอนแรกแฟนๆ จะพูดว่า "พี่คะ อย่าลืมนะว่าพี่เป็นไอดอล " แต่ถ้าคุณไม่พูดเยอะๆ ในรายการวาไรตี้
พวกเธอก็จะพูดว่า "พี่ๆ คะ ทำไมพี่ๆ ไม่พูดอะไรเลยล่ะคะ?" ทำไมพี่ๆ ถึงถูกตัดซีนออกล่ะคะ?
[เพราะไม่เอนเตอร์เทนคนดู] (หัวเราะ)
เพราะทำกิจกรรมเดี่ยวกับทำตำแหน่งเราให้มั่นคงเนี่ย
เรามีประกายมากขึ้นเวลาเรากลับมาอยู่ด้วยกันเป็นหนึ่งเดียวน่ะครับ ถึงเราทำงานจนถึงอายุ 40
ผมก็อยากจะใช้ชื่อทงเฮ ซูเปอร์จูเนียร์ครับ
พวกคุณต้องแปลกใจแน่เลยตอนที่จะได้กลับมารวมกันอีก..
มีคำพูดที่ว่า 'รวมกันเราอยู่ แยกหมู่เราตาย'นะครับ
แต่สำหรับพวกเราแล้ว เราจะอยู่เวลาเรารวมตัวกัน แล้วเราก็จะอยู่อีกเวลาที่เราแยกกันครับ (หัวเราะ)
ผมเครียดเหมือนกันนะครับ ตอนที่ผมเป็น MC รายการ 'Love Fighter'ให้ M-net ครั้งแรก
เพราะแฟนๆ ไม่ชอบมันเลยจริงๆ น่ะครับ
รายการเป็นที่รู้จักในเรื่องกระตุ้นอารมณ์ครับ
แล้วก็มีคนพูดกันว่าวงเราจะเสียหายเพราะชื่อของผมที่อยู่กับรายการนี้อ่ะครับ
จึงมีหน้าที่ต้องพูดในรายการตลอด รายการนี้ชื่อว่า 'Eeteuk's Love Fighter']
รายการนี้จะกระตุ้นอารมณ์เอามากๆ ครับ เวลาผมลองย้อนมองดูมันมาก้าวนึง
ผมว่าผมได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างจากตรงนั้นเลยนะครับ
ของ KBS เลยนะคะ
แต่ไม่มีใครเป็น MC เลยนะครับ ผมคิดว่าผมจะทำตรงนั้นได้ดีนะครับ...
ดูเหมือนว่างานเดี่ยวจะมีผลกับเมมเบอร์ทุกคนอย่างมากเลยนะครับ
ไม่ว่าจะเป็นการเป็นดีเจ หรือว่าเป็นนักแสดง
ผมยังเคยไปรายการทอคโชว์กับชินดงมาแล้วนะครับ ผมพูดได้ไม่ดีเลยจริงๆ
มันก็เลยจะยากถ้าผมไปออกคนเดียวน่ะครับ แต่ชินดงทำมันได้สบายๆ เลยครับ
แล้วก็เรียนรู้กับมันได้มากด้วย
พวกเขาก็ต้องดูแลรายการทั้งหมดตั้งแต่สองทุ่มจนเที่ยงคืน
ในกรณีของผม ผมก็ได้โปรโมตซูเปอร์จูเนียร K.R.Y. แล้วในอนาคต
ผมก็อยากจะแสดงความสามารถด้านการร้องเพลงของผมด้วย K.R.Y. นี่แหล่ะครับ

คุณคิดว่าอะไรมีอะไรที่มันเปลี่ยนไปถ้าเปรียบเทียบกับเมื่อก่อน?
ผมก็เริ่มคิดว่าผมควรจะสร้างสไตล์ของผมเองน่ะครับ
พวกเขาอยากให้ผมแสดงสีสันของผมเอง แต่เหมือนว่าผมกำลังเลียนแบบอยู่นะครับ
ผมทำให้พี่เยซองกับคยูฮยอนกังวลเรื่องนี้มาก
แล้วเพราะคยูฮยอนกับผมต้องมาอัดเสียงในช่วงโปรโมตซูเปอร์จูเนียร์ M อยู่
ผมจะคิดเรื่องนี้ตลอดทุกครั้งที่กลับมาอัดเสียงที่เกาหลีน่ะครับ
เพราะอย่างนั้นแหล่ะครับที่ทำไมผมถึงไปห้องอัดก่อนกลับบ้านบ่อยๆ
แล้วผมก็ค่อยๆ เจอสไตล์ของตัวเองล่ะครับ
'Attack on the Pin-up Boys' ของคุณเป็นอะไรที่น่าจดจำที่สุดเลยล่ะคะ
(<<เขาพูดก่ะพี่อุค..ลุงตอบไมอ่ะ = =!)
ผมเลยได้เรียนรู้อะไรมากมายจากที่ได้ดูพวกเขานี่แหล่ะครับ
แต่ชีวิตของพวกคุณแตกต่างจากเด็กนักเรียนมัธยมธรรมดาๆ ยังไงคะ?
ผมเข้าเรียนปกติไม่ได้ตั้งแต่ ม.ปลายปี 3 แล้วล่ะครับ พอผมตื่น ก็จะไปโรงเรียน
แล้วพอโรงเรียนเลิก ผมก็ไปฝึกซ้อม แล้วก็จะกลับบ้านประมาณตี 1 ตี 2 ครับ
ก็เป็นอย่างนั้นมาตลอดจนเราเดบิวต์นี่แหล่ะครับ
แล้วพอเราถูกบอกให้กลับบ้าน
เราก็บอกว่าเราต้องฝึกให้เยอะกว่านี้น่ะครับ เราจะขังตัวเองไว้
แล้วบางครั้งก็ยังใส่แค่บ๊อกเซอร์ฝึกเลยครับ ผมอยากจะมีความทรงจำจากที่โรงเรียนเยอะกว่านี้นะครับ
แต่ผมก็คิดว่าเพราะช่วงเวลาที่ฝึกนี่แหล่ะ เราถึงได้มาอยู่ตรงจุดนี้ตอนนี้น่ะครับ
แต่มันเยี่ยมมากเลยนะครับที่ได้ทำอะไรด้วยกัน เราทั้ง 13 คน เหมือนจะรู้สึกประมาณว่า
"ใช่เลย เราควรจะทำมันแน่นอนเลยล่ะ"
แต่คุณมีเวลาที่จะได้อยู่ด้วยกันบ้างมั๊ยคะ?
ผ่านเที่ยงคืนไปแล้วน่ะครับ
เราก็จะมากินข้างวด้วยกัน แล้วก็ไปซาวน่าด้วยครับ (หัวเราะ)
(<<หัวเราะ? หึหึ มีอะไรปิดบังพี่ด๊อง ><)
ก่อนที่เราจะไปนอนหลังกินข้าวกันเสร็จแล้ว
ผมก็ต้องทำนมใส่สตรอเบอร์รี่ให้เขาอ่ะครับ (หัวเราะ)
(<<อำนาจผู้นำที่บ๊องแบ๊ว หุหุหุ)
แต่ก็ผ่านมา 6 เดือนแล้วที่ผมเคยกลับบ้านไป ตอนนี้ที่พักจะสะดวกกว่าบ้านมากเลยครับ
เวลาผมกลับบ้านไป จะไม่มีอะไรเลย แล้วก็ไม่อะไรให้ทำด้วยครับ
เราไม่ใช่คนชอบออกไปเที่ยวน่ะครับ
แล้วถ้าเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน เราก็จะเบื่อไม่ก็หดหู่ เราก็เลยแนะนำกันว่าให้กินข้าวด้วยกันตลอดน่ะครับ
ขาชอบถามว่า "เอาสตรอเบอร์รี่กันมั๊ยครับ?"
แล้วเขาก็จะไปล้างมาให้เราล่ะครับ
เราก็อายุ 20 กว่าๆ กันแล้ว แต่เพราะเราเจอกันตอนอยู่ ม.ต้น กับ ม.ปลาย
เราก็ยังเป็นเหมือนเดิมเลยครับ เพราะอย่างนั้นเราถึงคิดว่าเรายังไม่เป็นผู้ใหญ่กันพอน่ะครับ
แล้วเราก็ยังเหลืออารมณ์สมัยนั้นอยู่เลยนะครับ
แล้วมันก็แสดงออกได้ว่าเขามีความผูกพันกับวงยังไง
ผมก็เลยรู้ว่าสถานการณ์มันเป็นยังไง
รู้อย่างนั้นแล้ว แล้วพอมาเห็นคยูฮยอน มันก็ทำให้ผมรู้สึกเสทือนอารมณ์อย่างนั้นขึ้นมา

ตอนนั้นผมอยู่ในสภาพที่ไปโปรโมตอัลบั้ม 2 ไม่ได้เลย
แต่ตอนที่อยู่โรง'บาลสามเดือน ผมอยากลุกมาแสดงตลอดเลย
ผมเลยทำศัลยกรรมแล้วก็กลับเข้าวงมาทำกิจกรรมอีกครับ
ครั้งนึงเขาขึ้นเวทีมาแล้วก็เซๆ ครับ
ผมก็กำลังกลับไปที่ตำแหน่งผมตอนร้องท่อนผมเสร็จ แล้วคยูฮยอนเขาก็เซครับ
ผมคิดขึ้นมาว่า "มันเป็นโชว์สด แต่ผมควรจะอุ้มเขาวิ่งออกไปดีมั๊ยนะ?"
คยูฮยอนกับผมอยู่โรง'บาลเดียวกัน แล้วหมอก็บอกว่าเราฟื้นตัวกันเร็วแล้วก็ดีมากเลย
เขาบอกว่าเป็นเพราะผมยังหนุ่มอยู่ แล้วคยูฮยอนก็ยังเด็กอยู่ล่ะครับ...
พวกคุณจัดการกับความคิดเห็นของแต่ละคนกันยังไงคะ?
แล้วเราก็จะรับมันอย่างยุติธรรมครับ เราทะเลาะกัน แต่เราก็กลับมาเล่นกัน
กลับมาร้องไห้ด้วยกันเหมือนเดิมครับ อยู่กับเมมเบอร์แล้วดีเสมอเลยล่ะครับ
เพราะอย่างนั้นแหล่ะครับ ผมเลยคิดว่าเราจะไปได้ดีในเอเชียครับ
แต่มันรู้สึกดีมากเลยนะครับที่คนเยอะๆ จากต่างประเทศมาต้อนรับเราน่ะครับ
ณจัดการกับเรื่องนั้นได้มั๊ยคะ?
เวลาที่เห็นแฟนๆ ที่ชอบผมน่ะครับ
เราก็เลยต้องเรียนญี่ปุ่นกัน แล้วเราก็ไปแสดงคอนเสริต์ Asia Tour ที่จีน
ผมก็พูดว่า "Hi" แบบไม่รู้ตัวเลยล่ะครับ (หัวเราะ)
พอจากที่จีนแล้ว เราก็ไปที่ประเทศไทยครับ
ผมชอบสับสนตลอดเลยว่าจะพูด "หนีห่าว" หรือว่า "สวัสดีครับ" ดี
ผมก็จะใช้ภาษาจีนเลยล่ะครับ
มากกว่าที่เราคิดซะอีกนะครับ มันเหมือนกับตอนที่ดาราฮ่องกงรุ่นปี 80
ถูกต้อนรับตอนพวกเขามาถ่ายโฆษณาที่เกาหลีอ่ะครับ
ทำเป็นว่าไม่รู้เรื่องแล้วกันนะคะ (หัวเราะ) (<< MC กวนได้อีก)
ครับ ถ้าเราไปต่างประเทศ คนก็จะให้กำลังใจเราเยอะมากๆ ล่ะครับ
เราได้ถ่ายโฆษณารถมอเตอร์ไซค์ครั้งนึงด้วยนะครับ แล้วผมก็ได้ยินมาว่าที่ประเทศไทย
รถของมอเตอร์ไซค์ที่เราเป็นพรีเซนเตอร์ขายได้มากที่สุดเลยล่ะครับ
เราไปที่ไทยเมื่อ 2 วันก่อน เพราะเรามีชื่ออยู่กับมอเตอร์ไซค์นั้นครับ น่าประทับใจมากเลยล่ะครับ
แต่เราก็มีโอกาสที่จะได้เจอกับแฟนๆ เกาหลีเยอะ
เวลาเราโปรโมตในเกาหลีน่ะครับ พวกเธอก็เลยไม่ค่อยตามพวกเรามาก
แต่เพราะเราไม่ได้ไปที่ไทยบ่อยๆ แฟนๆ ที่นั่นเลยตามเราตลอดเลยครับ แล้วคนก็เยอะมากๆ ด้วย
จนเราไปไหนไม่ได้ตอนอยู่ที่ห้างอ่ะครับ
เราจะได้ทำรายการไปทั่วเอเชียได้ไงครับ

เพราะถ้าผมทำอะไรผิดสักอย่าง มันจะเป็นผลเสียกับทั้งวงเราเลยครับ
แล้วจิตใจผมก็กระสับกระส่ายแล้วก็เครียดมากตอนที่ถ่าย 'A Battle of Wits' ด้วยครับ
มันตื่นเต้นนะครับ เพราะผมได้ยินแต่ภาษาต่างประเทศทุกๆ ที่รอบตัวผมเลย
ตอนนั้นก็เป็นช่วงที่เรากำลังเตรียมเดบิวต์เป็นซูเปอร์จูเนียร์ด้วยนะครับ ผมเลยต้องถ่ายหนังจนดึก
แล้วก็ได้นอนนิดหน่อยตอนกำลังไปสนามบินน่ะครับ แล้วก็ไปนอนบนเครื่องอีกรอบครับ
พอผมตื่นมา ก็อยู่ที่เกาหลีแล้ว อยู่อย่างนี้ประมาณเดือนครึ่ง มันเป็นอะไรที่เครียดเอามากๆ เลยล่ะครับ
คุณอันซึงกิได้ให้คำแนะนำอะไรคุณเป็นพิเศษบ้างมั๊ยคะ?
"(เลียนแบบเสียงคุณอันซึงกิ) ทำไปสบายๆ" (หัวเราะ) ถ้านั่นเป็นตอนนี้นะครับ ผมทำไม่ได้หรอกครับ
แต่ครั้งนี้ผมบอกสภาพของผมกับเขาไปว่า "ผมไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงครับ"
เวลาผมบอกอย่างนั้น เขาก็จะกินเมล็ดทานตะวันจากมือเขาแล้วพูดว่า "ทำไปสบายๆ นะ"
รู้สึกว่ามันไม่เป็นเรื่องจริงเลยครับ ที่ผมได้แสดงหนังกับอาจารย์แอนดี้ลอว จนเราได้ถ่ายฉากแรกกัน
ผมถึงรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องจริงน่ะครับ แล้วขาผมก็สั่นด้วย
จริงๆ แล้วฉากนั้นที่ผมถ่ายกับเขาเป็นฉากที่สำคัญที่สุดเลยนะครับ แล้วเวลาผมคิดถึงมัน
ผมจะรู้สึกผิดหวัง เพราะผมน่าจะทำมันได้ดีกว่านี้น่ะครับ
แต่ผมอยากทำให้วงของเรามั่นคง เป็นมากกว่าการโฟกัสไปใครคนใดคนนึงนะครับ
รากมันต้องแข็งแรงครับ ซูเปอร์จูเนียร์ต้อง
ประสบความสำเร็จในเกาหลีเพื่อที่จะประสบความสำเร็จในต่างประเทศด้วยครับ
เพราะอย่างนั้นแหล่ะครับ ที่ทงเฮพูดว่าเขาอยากทำ
ผมอยากทำงานเพลงไปจนเราอายุ 30 40 เลยล่ะครับ สำหรับผมแล้ว ก็สนใจการเป็ร MC มากด้วยนะครับ
แล้วผมก็กำลังเขียนเพลงหลายเพลงเลยล่ะครับ
แล้วก็อยากทำเพลงให้เมมเบอร์แต่ละคนเป็นของขวัญด้วยครับ
ไม่สำคัญหรอกครับ ว่าเพลงพวกนั้นจะอยู่ในอัลบั้มรึเปล่า
คุณคิดวางแผนว่าจะเรียนต่อมั๊ยคะ?
ของโรงเรียนเตรียมเลยนะครับ
แต่ถ้ามันไม่เป็นไปตามที่เราต้องการ
มันก็น่าผิดหวังนะครับ ผมก็เลยอยากจะเป็นชเวซีวอนที่ทำงานหนัก
แล้วก็เป็นที่ยอมรับไม่ว่าเขาจะทำอะไรน่ะครับ
ทีมแบบไหนที่ซูเปอร์จูเนียร์จะเป็นในอนาคตคะ?
เราจะตั้งใจทำงาน แล้วเวลาเรามารวมตัวกัน
เราก็จะตั้งใจทำงานไปด้วยกันครับ ผมอยากให้เป็นอย่างนี้ไปสัก 10 20 ปีเลยครับ
เพราะตอนนี้ผมมีความสุขมาก
ผมอยากให้เราเป็นอย่างนี้ต่อไปมากกว่าที่จะให้หลายๆ อย่างมันเปลี่ยนแปลงครับ

แปลไทย+ตกแต่งโดย: 13aom-aem@loveusj.com
**คิดหน่อยนะคะ คนเอาไปเอาไปแค่รูดดำไม่กี่วิ แต่คนทำสิ...มากกว่าวันค่ะ
ขอบคุณคุณ13u_cosmos ที่ช่วยแนะนำแก้ไขค่ะ
ค่าๆ พี่ทึกแก่แล้วแต่ก็ยังมีไฟ
ทำได้ทุกอย่าง
^^
แต่น้องๆไม่ไหวแล้วน่ะค๊า
สะดุดตรงหัวเรื่อง...รู้ทันทีว่าต้องมีพี่ทึก หึหึ... ><
เป็นแบบสัมภาษณ์ที่ฮาดีจริงๆ ชอบ MC กวนได้อีก, >O<
ขอบคุณค่ะ ^^
ยาวได้ใจจริงๆ
สู้ต่อไป SupEr JuniOr ^^
SJ fighting!!
พี่ทึกยังไม่แก่นะจะบอกให้ ชิชะ
สู้ๆนะจ๊ะ SJ
I'm from thailand.
ว๊าวๆๆๆๆๆๆๆๆ
หัวเราะแรงๆๆ ตรง คยูฮยอน "ผมนี่แระครับ ผอ คนต่อไป" กินใจมากๆ
ฮากระจายเลยพี่น้อง
"ขนาดฉันแก่แล้ว ยังทำได้เลย "
" แต่เราทำไม่ได้ครับ "
5555
ชอบคำตอบอุคจริงๆ
อา...ฮากระจาย
กลุ่มไอดอลที่ไม่ธรรมดา
คยูเป็นผ.อ.เมื่อไหร่จะส่งลูกหลานไปเรียน
อิอิ...จะไปนั่งดูผ.อ.ที่หล่อที่สุดในประวัติศาสตร์
อิอิ พี่ทึกกี้ฮาอะ
พี่ร้องเพลงเพราะ 55
มินมินกะอุคกี้ก็นะ ช่วงที่ผมร้องใส่เอฟเฟค ทำให้เวลาร้องออกมามันแปลกๆ
ขำจัง
แต่เพราะอัลบั้มนี้
เราก็เลยยิ่งรักพี่ๆจนล้นใจ กร๊ากกกกกกกกกกกกกก
โอ๊ะ ยาวมากกกกกกกกกกกกกกกกกก
น้องสาวแปลสุดยอด
ว่าแต่ซีวอนค่ะ
ทีแรกก็คิดว่าจะเต้นไม่ได้เหมือนกันแหละ
เพราะตอนที่ดูจากครูเต้นแล้วมันยากมากเลย
แต่ก็ทำออกมาได้ดีทุกคนนะค่ะ
ว่าแต่ขาดใครไปอีกคนเหมือนขาดอะไรไปใช่มั้ย
แล้วตอนที่เต้นอ่ะ รู้สึกว่าขาดบอมรึป่าวค่ะ หึหึหึ
เอิ่มกี้ค่ะ ผอ.คนต่อไป กร๊ากกกกกกกกก
ขอบคุณมากนะค่ะ เต่าอ๋อมแอ๋ม
เพิ่งรู้ว่าคยูเป็นเด็กเก่งขนาดโอลิมปิกวิชาการนะเนี่ย
ถ้าเป็นผ.อ.โรงเรียนจริงๆ เวลาถามว่าผ.อ.อยู่ไหน?...ไปถ่ายโฆษณาอยู่...คงฮาดี
อยากให้ซูเปอร์ จูเนียร์อยู่เเบบนี้ตลอดไป เเบบที่ทึกกี้ว่านั่นเเหละ อยู่จนแก่กันไปเลย
ขอบคุณนะคะ
ทงเฮบอกผมว่า "พี่ครับ บอกพวกเขาว่าเราควรจะซ้อมอีกรอบนะครับ"
แล้วผมก็ไปบอกกับคนอื่นๆ "นี่ มาซ้อมกันอีกสักรอบนะ ขนาดฉันแก่แล้ว ยังทำได้เลย มาซ้อมกันอีกเร็ว" (หัวเราะ)
รยออุค: แต่เราทำไม่ได้ครับ (หัวเราะ)
๕๕๕๕๕๕ คนแก่สปีริด เยอะ เด็กๆยังตามไม่ทัน
ซีวอน: เพราะอย่างนั้นเราถึงกังวลตอนที่เขาขึ้นแสดงน่ะครับ
ครั้งนึงเขาขึ้นเวทีมาแล้วก็เซๆ ครับ
ผมก็กำลังกลับไปที่ตำแหน่งผมตอนร้องท่อนผมเสร็จ แล้วคยูฮยอนเขาก็เซครับ
ผมคิดขึ้นมาว่า "มันเป็นโชว์สด แต่ผมควรจะอุ้มเขาวิ่งออกไปดีมั๊ยนะ?"
วอน อ๊ากกกกก ซึ่งๆๆ นี่และน๊า ครอบครับเดียวกัน
รีบๆมีโปรเจคที่ไทยบ้างละ รออยู่นะ ฮี่ๆ
อีทึก: ผมอยากให้เป็นอย่างที่มันเป็นอยู่อย่างนี้แหล่ะครับ
เราจะตั้งใจทำงาน แล้วเวลาเรามารวมตัวกัน
เราก็จะตั้งใจทำงานไปด้วยกันครับ ผมอยากให้เป็นอย่างนี้ไปสัก 10 20 ปีเลยครับ
เพราะตอนนี้ผมมีความสุขมาก
ผมอยากให้เราเป็นอย่างนี้ต่อไปมากกว่าที่จะให้หลายๆ อย่างมันเปลี่ยนแปลงครับ
แล้วเราจะเดินไปพร้อมๆกันนะ EVERLASTING FRIENDS WITH SUPER JUNIOR
ฉันเคยไปประเทศไทยมา แล้วก็เห็นมีรูปซูเปอร์จูเนียร์ติดไปทั่วห้างเลยล่ะค่ะ
อีทึก: สิ่งที่ทำให้เรามีความสุขกันมากๆ ก็คือพวกเขาต้อนรับเราดีจริงๆ ครับ
มากกว่าที่เราคิดซะอีกนะครับ มันเหมือนกับตอนที่ดาราฮ่องกงรุ่นปี 80
ถูกต้อนรับตอนพวกเขามาถ่ายโฆษณาที่เกาหลีอ่ะครับ
ถ้าคุณพูดอะไรอย่างนั้นออกมา มันทำให้คุณดูอายุเยอะขึ้นเลยนะคะเนี่ย (หัวเราะ)
ทำเป็นว่าไม่รู้เรื่องแล้วกันนะคะ (หัวเราะ)
อีทึก: งั้นผมบอกได้มั๊ยครับว่าผมได้ยินมาจากยายผมน่ะครับ? (หัวเราะ) เอาเข้าไป ทึกกี้นี้เนียนได้โล่
ครับ ถ้าเราไปต่างประเทศ คนก็จะให้กำลังใจเราเยอะมากๆ ล่ะครับ
เราได้ถ่ายโฆษณารถมอเตอร์ไซค์ครั้งนึงด้วยนะครับ แล้วผมก็ได้ยินมาว่าที่ประเทศไทย
รถของมอเตอร์ไซค์ที่เราเป็นพรีเซนเตอร์ขายได้มากที่สุดเลยล่ะครับ
เราไปที่ไทยเมื่อ 2 วันก่อน เพราะเรามีชื่ออยู่กับมอเตอร์ไซค์นั้นครับ น่าประทับใจมากเลยล่ะครับ
ซองมิน: มันลำบากใจที่ต้องพูดนะครับ
แต่เราก็มีโอกาสที่จะได้เจอกับแฟนๆ เกาหลีเยอะ
เวลาเราโปรโมตในเกาหลีน่ะครับ พวกเธอก็เลยไม่ค่อยตามพวกเรามาก
แต่เพราะเราไม่ได้ไปที่ไทยบ่อยๆ แฟนๆ ที่นั่นเลยตามเราตลอดเลยครับ แล้วคนก็เยอะมากๆ ด้วย
จนเราไปไหนไม่ได้ตอนอยู่ที่ห้างอ่ะครับ
อีทึก: เพราะอย่างนั้นแหล่ะครับ ถ้าเป็นไปได้ผมถึงอยากเรียนภาษาให้เก่งๆ ไว้มากๆ
เราจะได้ทำรายการไปทั่วเอเชียได้ไงครับ
อ่า ปลื้มจัง ^.^ Luv U
ยาวมากมายเลย
ขอบคุนสำหรับบทความดีๆค่า
โอ้ววววววววว
ช่างเป็นบทสัมภาษณ์ที่ยาวจริงๆ
แอบมีวอนคยู หุหุ
เมื่อไหรที่พี่คยูได้เป็น ผอ. ตอนนั้นล่ะ
เราจะส่งลูกไปเรียน ตอนนั้นคงแก่น่าดูแฮะเรา
ขอบคุณนะคะที่แปลมาให้อ่านคงเหนื่อยแย่เลย
ยาวขั้นเทพ นับถือ จขกท. จริงๆ
sorry sorry ก็ sexy จริงๆนั้นแหละ
แต่แอบโกดตรงที่ หญิงวัยกลางคนชอบชีวอนเอามากๆๆๆ
ชิไรเนี่ย... เขาแค่วัยรุ่นตอนปลายเองอ่ะ หึหึหึ
ยาวจริงๆ นับถือและขอบคุณ คนแปลมากๆเลยที่ทำให้เราได้ปลื้มกับหนุ่มแบบนี้อีก
น่ารักได้อีก suju
คยูฮยอน: ผมนี่แหล่ะครับ ผอ.คนต่อไป ก๊ากกกกกกกกกกกกก
รักกันก็ดีแล้วสู้ๆนะ ทุกคน
Super junior...Fighting!!!
ความทุ่มเทที่มี...ช่วยให้ทุกอย่างประสบความสำเร็จอยู่แล้วค่ะ
เราเชื่่อใน 13ลิง เสมอ
ใช่คณิตศาสตร์โอลิมปิกป่ะ
เหมือนเคยได้ยินจากไหนนะ
เก่งจัง
คยูฮยอน: ผมนี่แหล่ะครับ ผอ.คนต่อไป (หัวเราะ) << จะฮาไปไหนฮะ!
พี่ทึกก็เรียนภาษาไทยเร็วๆ ล่ะ จะได้ร้องเพลงภาษาไทยซักที
เป็นบทสัมภาษณ์ที่อ่านสนุกมากๆ ค่ะ ขอบคุณคนแปลด้วยนะคะ ^^
น่ารักจัง
เป็นกลุ่มไอดอลที่ไม่ธรรมดาจริงๆ
ขอบคุณ จขกท.ด้วยนะค่ะ
บทสัมภาษณ์ยาวได้ใจจริงๆ
เป็นบทสัมภาษณ์ที่ยาวมากเลยนะค่ะ
มันสนุกนะ แต่แอบเศร้าๆตอนคยูพูดถึงอุบัติเหตุอ่ะ
บทสัมภาษยาวมั่กมากเลย
ฮ่าๆๆ แต่ถึงยังไงเราก็นั่งอ่านจนหมด
ยาวมากกกกกกกกกกกกกก
ซึ้งตอนสุดท้าย คำถามนี้ จะว่าตอบยากก็น่ะ
ตอบง่ายก็ไม่เชิง สู้ๆนะคะ
สุดยอดค่ะ ทรานส์ยาวมากมาย
ซึ้งใจกับเมมเบอร์ทุกคนจริงๆ
เพราะเอสเจไม่เหมือนใคร เราถึงได้รักเค้ามากมาย
รักเพราะเค้าเป็นตัวของตัวเอง
และก็หวังจะอยู่ด้วยกันอย่างนี้ไปอีกนานๆๆๆๆๆๆๆ
ขอบคุณมากมายค่ะ แปลได้สละสลวยสวยงาม
อ่านเข้าใจง่ายไม่สะดุดเลยค่ะ เจ๋งจริงๆ ^ ^
































ช่างเป็นบทสัมภาษณ์ที่ฮาจริงๆ เราจะอยู่เคียงข้างตลอดไปนะคะ ขอบคุณมากนะคะสำหรับคำแปล^^~